สนุก!
ค้นหา
สารบัญเว็บไทย
ข่าว
อีเมล์
หาเพื่อน คิวคิว
ฟังเพลง
คลาสสิฟายด์
ริงโทน
สนุก! ทูลบาร์
ดูทั้งหมด>>
ค้นหาเว็บ
หน้าแรก
ซุบซิบดารา
จับเข่าคุยกัน
วันว่างดารา
เกาะติดดารา
รวมภาพดารา
ดาราหน้าใหม่
S! กรี๊ด
ข่าว PR
ซื้อ - ขาย
เว็บบอร์ด
ค้นหาเรื่องดารา-คนดัง
หน้าแรก
>
ดาราหน้าใหม่
ดาราหน้าใหม่
ดาราหน้าใหม่
แมท-ภีรนีย์ คงไทย
จากที่เห็นงานแสดงของเธอผ่านตามาเพียงแค่เรื่องเดียว
"เรือนนารีสีชมพู"
ขณะนี้นางเอกลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์
"แมท-ภีรนีย์ คงไทย"
นักแสดงเลือดใหม่ในกลุ่ม
"พาวเวอร์ 3 รุ่น 2"
ก็ได้โอกาสแบบก้าวกระโดดขึ้นแท่นเป็นนางเอกแบบเต็มตัวในละครเรื่อง
"มณีดิน"
เหมือนโชคเป็นใจให้นางเอกหน้าใหม่วัยใส 17 ปีคนนี้ก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้ร่วมงานในฐานะผู้จัดฯ และนักแสดงกับ "นก-จริยา แอนโฟเน่" ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังมีโอกาสได้ปะทะฝีมือและช่วยส่งอารมณ์ให้กันได้ดีอีกต่างหาก นับเป็นสิ่งที่น่าจับตาว่านางเอกเก๋าเกมจะช่วยบิลด์อารมณ์ให้ "แมท-ภีรนีย์" แสดงได้สมบทบาทแค่ไหน
แมท มองการทำงานในครั้งนี้แบบเกินตัว แต่อยู่ในกรอบของความเป็นจริง ไม่แสร้ง ไม่เฟก ไม่ใฝ่ฝันตะกายดาวว่าสักวันจะต้องมาเป็นนางเอกละครทีวี?
แมทก็คงเหมือนคนทั่วไปน่ะค่ะ คือดูข่าวคราวความเป็นไปอยู่ตลอด เพราะต้องการรับสาระความบันเทิงตามปกติ แต่ส่วนตัวลึกๆ จริงๆ แล้วแมทก็ไม่ได้สนใจวงการนี้มากมาย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ แม้ว่าใครๆ อาจจะคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงน่าจะมีความอยากเป็นตรงนี้บ้าง แต่แมทก็ไม่เคยมีความใฝ่ฝันในเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ก็มีคนคอยทักตลอดว่าแมทหน้าตาดีนะ น่าจะไปประกวดนางงามอะไรก็ไม่รู้ ( แมทร้องเสียงหลง ) แต่ตัวแมทเองแหละที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ ประกอบกับคุณพ่อคุณแม่ของแมทเองก็ไม่ได้ผลักดันหรือสนับสนุนในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะท่านก็เห็นแมทเรียนอยู่ด้วย อยู่แค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาเองค่ะ
แต่ก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานจนได้?
ความจริงแมทเริ่มมีแมวมอง ( โมเดลลิ่ง ) มาเห็นแววตั้งแต่เด็กๆ แล้วน่ะค่ะ เพราะคุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า...ตอนที่แมทเด็กมากๆ มีคนสนใจให้แมทมาแคสงานโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องเด็กๆ นี่แหละค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าได้งานนั้นหรือเปล่า ( หัวเราะ ) แต่ถ้าเอาที่แมทจำความได้จริงๆ ก็เป็นช่วงที่แมทเริ่มโตแล้วค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่แมทอายุประมาณสัก 13-14 ปีได้ แมทมีโอกาสได้ไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าธรรมดาๆ และก็มีพี่โมเดลลิ่งมาขอถ่ายรูปแมทและขอเบอร์ไป และแมทก็มีโอกาสไปแคสและเล่นโฆษณาในหลายๆ ชิ้น
รู้สึกว่างานโฆษณาก็เยอะอยู่นะ?
( หัวเราะ ) ก็เยอะอยู่เหมือนกันค่ะ แต่แมทก็ไม่ได้เลือกรับในทุกๆ งานนะคะ ขอเลือกหน่อยนิดนึง เพราะอย่างไรแล้วแมทไม่รับงานทั้งหมดก็อยู่ได้ เพราะมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลอยู่ ก็เลยขอเลือกรับงานที่ดีจริงๆ ถ้าออกโป๊โชว์มากไป ก็ไม่ขอรับงาน ไม่เอา เพราะแมทเองก็คิดว่าแมทก็เด็กอยู่ด้วยค่ะ
แล้วเข้ามาในกลุ่ม "พาวเวอร์ 3" ได้อย่างไร?
ก็เป็นโอกาสต่อเนื่องจากที่แมทมีโอกาสได้เข้ามาทำงานโฆษณาล่ะค่ะ แคสไปแคสมาก็มีพี่ที่อยู่ในวงการโฆษณาและทำงานในวงการแสดงด้วย ก็มาแบบงงมากค่ะ ช่อง 3 ก็เรียกเข้ามาเลย...เซ็นสัญญากับทางช่อง แล้วส่งแมทไปเรียนแอ็กติ้งเรื่องการแสดงเพิ่มเติมกับเพื่อนๆ เพื่อปรับพื้นฐานให้แน่นขึ้น ในนามพาวเวอร์ 3 รุ่น 2 ก่อนที่จะส่งแมทไปแสดงละครเรื่องแรกค่ะ เรื่อง "เรือนนารีสีชมพู" เรื่องนั้นถ้าคนจำได้แมทก็จะเล่นเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูออกทอมๆ หน่อย เป็นละครของ "พี่นก-จริยา แอนโฟเน่" ด้วย ตอนนั้นแมทคิดว่ามันเร็วมากๆ จริงๆ นะคะ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริงๆ อย่างตอนเด็กคุณครูที่โรงเรียนจะถามนักเรียนในห้องกันว่าตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร เพื่อนๆ ทุกคนก็ตอบกันว่าอยากเป็นนักแสดง หรือนางงาม แต่แมทไม่ได้ตอบแบบนั้นค่ะ ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอบอะไรไป แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่แนวนั้นแน่นอน ( หัวเราะ )
เป็นอย่างไรบ้างจากงานแสดงเรื่องแรก?
ตื่นเต้นน่ะค่ะ แต่แมทก็ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกดดันอะไร เพราะบรรยากาศในการทำงานแสดงเรื่องแรกเป็นงานที่แปลกใหม่สำหรับแมทค่ะ สนุกมากๆ ค่ะ และก็รู้สึกดีด้วยที่มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ที่เข้าวงการมาพร้อมๆ กันอย่าง "พี่ไอซ์-พิชพงศ์" และร่วมงานกับ "พี่แพท-ณปภา ตันตระกูล" พี่สาวในกลุ่มพาวเวอร์ 3 รุ่นแรก
มีคนทักว่าแมทตรงกับสไตล์ "พอลล่า เทเลอร์" ?
ก็มีหลายๆ คนบอกเหมือนกันค่ะ แต่แมทว่า...แมทไม่เหมือนนะ ( หัวเราะ ) ไม่เหมือนอีกแล้ว !!! ( หัวเราะ ) ไม่เหมือนจริงๆ ค่ะ อาจจะเหมือนเป็นบางแว้บมากกว่า เพราะหน้าตาลูกครึ่งก็คล้ายๆ กันหมด อย่างที่บอกว่าแมทเองก็ไม่อยากเหมือนใครทั้งหน้าตาหรือการก้าวเดินในวงการนี้ แมทอยากเป็นในแบบแมทดีที่สุด ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าอยากจะเหมือนพี่พอลล่าตรงไหนดี แต่เรื่องการถ่ายแบบพี่พอลล่าก็โดดเด่นไม่เบา
ดูท่าจะเป็นสาวมั่นน่าดูสไตล์ลูกครึ่ง?
ค่ะ เป็นลูกครึ่ง ตั้งแต่คุณแม่ของแมทแล้ว เพราะคุณแม่เป็นคนไทยลูกครึ่งนครสวรรค์-พัทลุง ( หัวเราะ ) ส่วนคุณพ่อเป็นชาวนอร์เวย์ แมทเป็นคนที่มั่นใจนะคะ แต่ก็มั่นใจในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่แมทไม่ถึงกับฝรั่งจ๋ามั่นสุดๆ น่ะค่ะ ไม่ได้มีความมั่นใจสูงซะ...เพราะคุณแม่ก็จะเลี้ยงดูแมทเป็นแบบคนไทยเลย มีกฎระเบียบอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คุมเข้มมากมาย เพราะในบางเรื่องเราก็สามารถมาปรับเปลี่ยนกันได้ ปล่อยได้ก็ปล่อย คุณแม่เป็นคนใจดีค่ะ ไม่เคยดุว่า แมทเลย แต่ก็ไม่ได้ตามใจหรือปิดกั้นซะจนเกินไปด้วย เรียกได้ว่าแมทมีอิสระมากทั้งเรื่องของความคิด และการใช้ชีวิต ที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนบ้างตามประสาวัยรุ่น ทำอะไรได้ก็ทำคุณแม่ก็ไว้ใจแมทมากๆ ถึงแมทยังเป็นเด็กอยู่ก็รู้ค่ะว่ากำลังทำอะไรอยู่ มีขอบเขตในตัวเองพอสมควรค่ะ
เพราะตอนนี้เราอยู่เมืองไทยกันแค่ 2 คน คุณแม่และแมท ( เพราะเป็นลูกคนเดียว ) เราเป็นคู่แม่ลูกที่สนิทกันมากค่ะ ทำให้เราไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องมาปิดบังกัน เชื่อไหมคะว่าแมทมีอะไรแมทก็จะบอกคุณแม่ทุกเรื่องเลย ไม่เคยโกหก ไม่เคยปิดบัง ถึงแม้แมททำความผิดอะไรมาแมทก็อดไม่ได้ที่จะต้องบอกคุณแม่ทุกครั้ง ซึ่งเมื่อบอกคุณแม่แล้ว คุณแม่ก็ไม่เคยทำให้แมทต้องรู้สึกว่า...ไม่น่าบอกเลยนะ มันทำให้แมทมั่นใจมากขึ้น การทำอะไรที่คิดว่าทำถูกและคุณแม่ก็เห็นควรด้วยแล้ว แมทก็มีความมั่นใจมากขึ้นมาอีก คิดว่าถูกแล้วจึงมั่นใจและกล้าที่จะทำ ส่วนคุณพ่อก็จะเป็นคนที่ใจดีและตามใจแมทมากๆ แต่ท่านก็อยู่ในขอบเขตไม่ได้ทำให้แมทเสียคนแต่อย่างใด แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คุณพ่อนั่นแหละที่จะดูดุมาก น่ากลัวกว่าคุณแม่เสียอีก
สิ่งที่ทำให้หนักใจที่สุดในเรื่องละคร "มณีดิน" ?
เรื่องการแสดงค่ะ อันดับแรกและอันเดียวเลยที่ครอบคลุมทุกอย่าง สำหรับแมทแล้วคือการแสดงค่ะ เพราะเรื่องที่แล้ว ( เรือนนารีสีชมพู ) ก็มีคนติติงแมทมาบ้างว่า...เล่นพอใช้ได้นะ ก็พยายามทำให้มันดีขึ้น แต่น้ำเสียงของแมทเองมันดูยานไปหน่อยทำให้เสียงพูดไม่มีน้ำหนัก ก็ได้พี่ในกองหลายๆ คนมาช่วยดูแลทั้งเรื่องการพูดและแอ็กติ้งค่ะ ก็มีเรียนแอ็กติ้งกับพี่ดุ๊ก ( ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ) เพิ่มเติมค่ะ ก่อนเปิดกอง และช่วงเข้าฉากนั้นก็จะมี "พี่นก จริยา" ซึ่งเล่นเป็นแม่-ลูกกันในเรื่องคอยแนะนำตลอดเวลา และได้ผู้กำกับฯ "ศุภณา ครุฑนาค" มาช่วยแมทได้มาก
แต่อยากจะบอกว่า...การร้องลิเกที่ปรางค์ในเรื่องต้องทำเป็นอาชีพนั้น มันยากมากๆๆๆ ( หัวเราะ ) ถึงแม้ว่าผู้กำกับการแสดงและพี่นกจะให้ผ่านฉากนั้น ( ร้องรำลิเก ) มาได้แล้ว แต่มันก็ยังคาใจแมทอยู่ตลอดเวลา เพราะแมทคิดว่าแมทยังทำได้ไม่ดีเลย... เพราะซ้อมก่อนการแสดงจริงแค่ 2-3 ก็ต้องเข้าฉากนี้แล้ว ยังไม่ทันลงตัวก็ต้องถ่ายวันเสียงร้องยังเพี้ยนๆ ทุเรศๆ อยู่เลย น่าเกลียดมาก ทำให้แมทเข้าใจคณะลิเกเลยว่าไม่ใช่เรื่องสวยงามและทำกันง่ายๆ มันยากจริงๆ ถ้าไม่มีใจรักและพร้อมจะฝึกฝนนะ ไม่มีทางทำได้แน่ๆ ถ้ามีโอกาสได้แก้ตัวใหม่แมทก็จะทำให้ดีกว่านี้ค่ะ
กลัวคนจะติติงมั้ยกับการแสดงที่ดูขัดหูขัดตาอยู่บ้าง?
ไม่ค่ะ เพราะแมทก็เข้าใจศักยภาพของแมทดี คิดอยู่แล้วว่าแมทเองก็เด็กใหม่ในวงการนี้อยู่มาก ก็พยายามทำความเข้าใจในเรื่องการแสดงกันไป แมทเองก็รู้ตัวว่าไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านนี้มาตั้งแต่เกิด แต่ก็คิดกลับกันว่าก็ไม่มีใครที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์เช่นกัน ขนาดพี่ๆ นักแสดงที่เขาเคยเล่นกันมาก่อนนานกว่าแมทเขายังบ่นเลยว่า เขาเองเขาก็ยังเล่นไม่ได้ดีที่สุดเลย แล้วกับตัวแมทมาทำงานเป็นแค่เรื่องที่สองเอง ก็คิดว่ามันก็เป็นงานที่ต้องทำการบ้านหนักอยู่นะ แต่ถ้าแมทตั้งมาตรฐานไว้ที่ ณ จุดหนึ่ง ไม่ต้องถึงจุดที่สูงสุด มันก็น่าจะทำให้แมทพอใจกับตัวเองได้มากขึ้นแล้วค่ะ ไม่มีการกดดันตัวเอง และไม่คิดคาดหวังกับตัวเองด้วย เพราะอย่างไรการคิดในเชิงลบอย่างนั้น สำหรับแมทมันก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้นมา สู้พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติดีกว่า
การได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมือก็ช่วยแมทได้มาก?
ค่ะ จากที่แมทเคยเห็นพี่นกแสดงในละคร ก็ชอบพี่นกนะคะ เพราะพี่นกแสดงแล้วทำให้ใครๆ ต่างรู้สึกได้ว่าเขาเป็นไปตามนั้น แค่สายตาเขาก็สามารถบอกได้แล้วว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร เรียกว่าเล่นได้เก่งและเจ้าบทบาทเอามากๆ เมื่อได้มีโอกาสร่วมงาน ก็ทำให้แมทยิ่งเข้าใจพี่นกเลยว่าเขาสามารถทำได้อย่างที่แมทเห็นพี่เขาในละครจริงๆ ตอนที่แมทเข้าฉากกับพี่นก พี่นกช่วยแมทได้มากเลยค่ะในเรื่องของอารมณ์ ซึ่งเมื่อแมทมีติดขัดในช่วงไหนทั้งตอนซ้อมและเข้าฉากจริง พี่นกก็จะใจเย็นคอยอธิบายซีนนั้นๆ ให้แมทเข้าใจ
โดยมีจิตวิทยาว่า...สมมติแมทเป็นอย่างนี้เราสามารถถ่ายทอดออกมาอย่างนี้เลยนะ คือค่อยๆ สอนและตั้งใจกับการทำงานมากๆ แมทรู้สึกอุ่นใจมากที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอีกครั้งในฐานะผู้จัดละครและนักแสดง โดยครั้งนี้พิเศษหน่อยคือเราได้มีโอกาสได้แสดงละครร่วมกัน แมทโชคดีค่ะ เพราะคนหลายๆ คนที่ตัดสินใจดูละครเรื่องนี้ ก็เพราะพี่ๆ นักแสดงคนอื่นๆ ด้วย แต่แมทคิดว่าการที่แมทเล่นดีหรือไม่ดี ก็ไม่ใช่จะต้องยึดติดอยู่กับคนอื่นเสียหน่อย คนชอบแมทหรือไม่นั้นก็ต้องมองการแสดงหรือเอ็นดูแมทเป็นหลักมากกว่า
เพื่อนๆ ที่เป็นนางเอกรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน แต่เรามาคนเดียวถูกมองแน่ๆ ว่าจะเปรี้ยงมั้ย?
ก็เหมือนที่ใครๆ หลายคนจับตามองอยู่และพูดไว้เลยว่าละครเรื่อง "มณีดิน" จะเป็นการพิสูจน์แมทว่าจะดังหรือดับก็เรื่องนี้เลย !! แต่แมทไม่ได้คิดอะไรเพราะปกติก็เป็นคนเฉยๆ มาก ละครเรื่องนี้ก็เหมือนกันแมทรู้ตัวและพยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นเหมือนหน้าที่ที่แมทต้องรับผิดชอบ แต่เพราะแมทบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าการเข้ามาในวงการนี้ เป็นสิ่งที่แมทไม่คาดฝัน การมีโอกาสได้ทำก็ถือว่าที่สุดแล้ว ส่วนจะดังหรือดับก็ต้องแล้วแต่การตอบรับของแฟนๆ ละครเป็นตัวแปรต่อไปค่ะ
ถ้าใครไม่ได้เข้ามาสัมผัสแมทจริงๆ มองแต่ภาพลักษณ์จะต้องบอกว่าหยิ่งแน่นอน?
( หัวเราะ ) คนก็ทักแมทบ่อยเลยค่ะกับลุกส์แบบนี้ เพราะนอกจากแมทจะพูดตรงๆ แล้วแมทก็ยังเป็นคนที่หน้าดุ ไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไรถ้าไม่สนิท จึงทำให้เข้าใจผิดว่าแมทดูหยิ่งๆ นะ แต่ทำไงได้คะเพราะแมทก็เป็นของแมทแบบนี้มาตลอด ขนาดเพื่อนๆ บางครั้งยังดูแมทไม่ออกเลยว่าตอนนี้อารมณ์ไหนกันแน่ ไม่กล้าเข้ามาหยอกล้อเพราะว่านึกว่าแมทกำลังงอนหรือโกรธอยู่ แมทไม่ชอบที่จะต้องมาปั้นหน้าตลอดเวลา แมทเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เป็นคนที่ไม่ชอบเฟก มันเป็นธรรมชาติของแมทค่ะ มาจากข้างในจริงๆ แต่ถ้าคนสนิทและใกล้ชิดก็จะรู้ว่า...ตัวจริงของแมทนั้น ไม่ได้มีอะไรจริงๆ ออกจะติงต๊อง เฮฮาเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างไรสิ่งที่แมทเป็นก็ยังเป็นไปด้วยความเป็นเด็กอยู่ดีค่ะ
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 2 - 8 พ.ค. 50
รวมเรื่องฮอต
:
คลิปเด็ด
ภาพเด็ด
ซุบซิบดารา
กระทู้ฮอต
ข่าวเด่น
วาไรตี้
เกมส์-ไอที
ข่าวกีฬา
คลิกที่นี่
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
ดูเรื่องอื่น >>
หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือมีคําถามอื่นใดโปรดติดต่อ
QQ
:
717306
:
พูดคุยในเว็บบอร์ด
:
ส่งอีเมล์หาเรา