สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
ดารา ซุบซิบดารา แฟชั่นดารา วอลเปเปอร์ ประวัติดารา ดาราหน้าใหม่ สัมภาษณ์ Photo Gallery Gossip ภาพดารา ดาราเกาหลี ดาราเอเชีย ดาราไทย ดาราญี่ปุ่น เวียร์ วิน แพนเค้ก เรน คิมจองฮุน จูจีฮุน กบ สุวนันท์ ต๊ะ วริษฐ์ ป๋อ ณัฐวุฒิ Rain Princess Hours ยุนอึนเฮ ลีจุงกิ
 
 หน้าแรก      ซุบซิบดารา   จับเข่าคุยกัน   วันว่างดารา   เกาะติดดารา   รวมภาพดารา   ดาราหน้าใหม่   S! กรี๊ด   ข่าว PR   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 

  ค้นหาเรื่องดารา-คนดัง  
   หน้าแรก > ดาราหน้าใหม่
   ดาราหน้าใหม่
ดาราหน้าใหม่
แมท-ภีรนีย์ คงไทย

จากที่เห็นงานแสดงของเธอผ่านตามาเพียงแค่เรื่องเดียว "เรือนนารีสีชมพู" ขณะนี้นางเอกลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ "แมท-ภีรนีย์ คงไทย" นักแสดงเลือดใหม่ในกลุ่ม "พาวเวอร์ 3 รุ่น 2" ก็ได้โอกาสแบบก้าวกระโดดขึ้นแท่นเป็นนางเอกแบบเต็มตัวในละครเรื่อง "มณีดิน" เหมือนโชคเป็นใจให้นางเอกหน้าใหม่วัยใส 17 ปีคนนี้ก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้ร่วมงานในฐานะผู้จัดฯ และนักแสดงกับ "นก-จริยา แอนโฟเน่" ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังมีโอกาสได้ปะทะฝีมือและช่วยส่งอารมณ์ให้กันได้ดีอีกต่างหาก นับเป็นสิ่งที่น่าจับตาว่านางเอกเก๋าเกมจะช่วยบิลด์อารมณ์ให้ "แมท-ภีรนีย์" แสดงได้สมบทบาทแค่ไหน



แมท มองการทำงานในครั้งนี้แบบเกินตัว แต่อยู่ในกรอบของความเป็นจริง ไม่แสร้ง ไม่เฟก ไม่ใฝ่ฝันตะกายดาวว่าสักวันจะต้องมาเป็นนางเอกละครทีวี?
  • แมทก็คงเหมือนคนทั่วไปน่ะค่ะ คือดูข่าวคราวความเป็นไปอยู่ตลอด เพราะต้องการรับสาระความบันเทิงตามปกติ แต่ส่วนตัวลึกๆ จริงๆ แล้วแมทก็ไม่ได้สนใจวงการนี้มากมาย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ แม้ว่าใครๆ อาจจะคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงน่าจะมีความอยากเป็นตรงนี้บ้าง แต่แมทก็ไม่เคยมีความใฝ่ฝันในเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ก็มีคนคอยทักตลอดว่าแมทหน้าตาดีนะ น่าจะไปประกวดนางงามอะไรก็ไม่รู้ ( แมทร้องเสียงหลง ) แต่ตัวแมทเองแหละที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ ประกอบกับคุณพ่อคุณแม่ของแมทเองก็ไม่ได้ผลักดันหรือสนับสนุนในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะท่านก็เห็นแมทเรียนอยู่ด้วย อยู่แค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาเองค่ะ

    แต่ก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานจนได้?
  • ความจริงแมทเริ่มมีแมวมอง ( โมเดลลิ่ง ) มาเห็นแววตั้งแต่เด็กๆ แล้วน่ะค่ะ เพราะคุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า...ตอนที่แมทเด็กมากๆ มีคนสนใจให้แมทมาแคสงานโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องเด็กๆ นี่แหละค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าได้งานนั้นหรือเปล่า ( หัวเราะ ) แต่ถ้าเอาที่แมทจำความได้จริงๆ ก็เป็นช่วงที่แมทเริ่มโตแล้วค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่แมทอายุประมาณสัก 13-14 ปีได้ แมทมีโอกาสได้ไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าธรรมดาๆ และก็มีพี่โมเดลลิ่งมาขอถ่ายรูปแมทและขอเบอร์ไป และแมทก็มีโอกาสไปแคสและเล่นโฆษณาในหลายๆ ชิ้น

    รู้สึกว่างานโฆษณาก็เยอะอยู่นะ?
  • ( หัวเราะ ) ก็เยอะอยู่เหมือนกันค่ะ แต่แมทก็ไม่ได้เลือกรับในทุกๆ งานนะคะ ขอเลือกหน่อยนิดนึง เพราะอย่างไรแล้วแมทไม่รับงานทั้งหมดก็อยู่ได้ เพราะมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลอยู่ ก็เลยขอเลือกรับงานที่ดีจริงๆ ถ้าออกโป๊โชว์มากไป ก็ไม่ขอรับงาน ไม่เอา เพราะแมทเองก็คิดว่าแมทก็เด็กอยู่ด้วยค่ะ

    แล้วเข้ามาในกลุ่ม "พาวเวอร์ 3" ได้อย่างไร?
  • ก็เป็นโอกาสต่อเนื่องจากที่แมทมีโอกาสได้เข้ามาทำงานโฆษณาล่ะค่ะ แคสไปแคสมาก็มีพี่ที่อยู่ในวงการโฆษณาและทำงานในวงการแสดงด้วย ก็มาแบบงงมากค่ะ ช่อง 3 ก็เรียกเข้ามาเลย...เซ็นสัญญากับทางช่อง แล้วส่งแมทไปเรียนแอ็กติ้งเรื่องการแสดงเพิ่มเติมกับเพื่อนๆ เพื่อปรับพื้นฐานให้แน่นขึ้น ในนามพาวเวอร์ 3 รุ่น 2 ก่อนที่จะส่งแมทไปแสดงละครเรื่องแรกค่ะ เรื่อง "เรือนนารีสีชมพู" เรื่องนั้นถ้าคนจำได้แมทก็จะเล่นเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูออกทอมๆ หน่อย เป็นละครของ "พี่นก-จริยา แอนโฟเน่" ด้วย ตอนนั้นแมทคิดว่ามันเร็วมากๆ จริงๆ นะคะ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริงๆ อย่างตอนเด็กคุณครูที่โรงเรียนจะถามนักเรียนในห้องกันว่าตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร เพื่อนๆ ทุกคนก็ตอบกันว่าอยากเป็นนักแสดง หรือนางงาม แต่แมทไม่ได้ตอบแบบนั้นค่ะ ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอบอะไรไป แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่แนวนั้นแน่นอน ( หัวเราะ )”

    เป็นอย่างไรบ้างจากงานแสดงเรื่องแรก?
  • ตื่นเต้นน่ะค่ะ แต่แมทก็ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกดดันอะไร เพราะบรรยากาศในการทำงานแสดงเรื่องแรกเป็นงานที่แปลกใหม่สำหรับแมทค่ะ สนุกมากๆ ค่ะ และก็รู้สึกดีด้วยที่มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ที่เข้าวงการมาพร้อมๆ กันอย่าง "พี่ไอซ์-พิชพงศ์" และร่วมงานกับ "พี่แพท-ณปภา ตันตระกูล" พี่สาวในกลุ่มพาวเวอร์ 3 รุ่นแรก

    มีคนทักว่าแมทตรงกับสไตล์ "พอลล่า เทเลอร์" ?
  • ก็มีหลายๆ คนบอกเหมือนกันค่ะ แต่แมทว่า...แมทไม่เหมือนนะ ( หัวเราะ ) ไม่เหมือนอีกแล้ว !!! ( หัวเราะ ) ไม่เหมือนจริงๆ ค่ะ อาจจะเหมือนเป็นบางแว้บมากกว่า เพราะหน้าตาลูกครึ่งก็คล้ายๆ กันหมด อย่างที่บอกว่าแมทเองก็ไม่อยากเหมือนใครทั้งหน้าตาหรือการก้าวเดินในวงการนี้ แมทอยากเป็นในแบบแมทดีที่สุด ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าอยากจะเหมือนพี่พอลล่าตรงไหนดี แต่เรื่องการถ่ายแบบพี่พอลล่าก็โดดเด่นไม่เบา

    ดูท่าจะเป็นสาวมั่นน่าดูสไตล์ลูกครึ่ง?
  • ค่ะ เป็นลูกครึ่ง ตั้งแต่คุณแม่ของแมทแล้ว เพราะคุณแม่เป็นคนไทยลูกครึ่งนครสวรรค์-พัทลุง ( หัวเราะ ) ส่วนคุณพ่อเป็นชาวนอร์เวย์ แมทเป็นคนที่มั่นใจนะคะ แต่ก็มั่นใจในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่แมทไม่ถึงกับฝรั่งจ๋ามั่นสุดๆ น่ะค่ะ ไม่ได้มีความมั่นใจสูงซะ...เพราะคุณแม่ก็จะเลี้ยงดูแมทเป็นแบบคนไทยเลย มีกฎระเบียบอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คุมเข้มมากมาย เพราะในบางเรื่องเราก็สามารถมาปรับเปลี่ยนกันได้ ปล่อยได้ก็ปล่อย คุณแม่เป็นคนใจดีค่ะ ไม่เคยดุว่า แมทเลย แต่ก็ไม่ได้ตามใจหรือปิดกั้นซะจนเกินไปด้วย เรียกได้ว่าแมทมีอิสระมากทั้งเรื่องของความคิด และการใช้ชีวิต ที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนบ้างตามประสาวัยรุ่น ทำอะไรได้ก็ทำคุณแม่ก็ไว้ใจแมทมากๆ ถึงแมทยังเป็นเด็กอยู่ก็รู้ค่ะว่ากำลังทำอะไรอยู่ มีขอบเขตในตัวเองพอสมควรค่ะ

    เพราะตอนนี้เราอยู่เมืองไทยกันแค่ 2 คน คุณแม่และแมท ( เพราะเป็นลูกคนเดียว ) เราเป็นคู่แม่ลูกที่สนิทกันมากค่ะ ทำให้เราไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องมาปิดบังกัน เชื่อไหมคะว่าแมทมีอะไรแมทก็จะบอกคุณแม่ทุกเรื่องเลย ไม่เคยโกหก ไม่เคยปิดบัง ถึงแม้แมททำความผิดอะไรมาแมทก็อดไม่ได้ที่จะต้องบอกคุณแม่ทุกครั้ง ซึ่งเมื่อบอกคุณแม่แล้ว คุณแม่ก็ไม่เคยทำให้แมทต้องรู้สึกว่า...ไม่น่าบอกเลยนะ มันทำให้แมทมั่นใจมากขึ้น การทำอะไรที่คิดว่าทำถูกและคุณแม่ก็เห็นควรด้วยแล้ว แมทก็มีความมั่นใจมากขึ้นมาอีก คิดว่าถูกแล้วจึงมั่นใจและกล้าที่จะทำ ส่วนคุณพ่อก็จะเป็นคนที่ใจดีและตามใจแมทมากๆ แต่ท่านก็อยู่ในขอบเขตไม่ได้ทำให้แมทเสียคนแต่อย่างใด แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คุณพ่อนั่นแหละที่จะดูดุมาก น่ากลัวกว่าคุณแม่เสียอีก

    สิ่งที่ทำให้หนักใจที่สุดในเรื่องละคร "มณีดิน" ?
  • เรื่องการแสดงค่ะ อันดับแรกและอันเดียวเลยที่ครอบคลุมทุกอย่าง สำหรับแมทแล้วคือการแสดงค่ะ เพราะเรื่องที่แล้ว ( เรือนนารีสีชมพู ) ก็มีคนติติงแมทมาบ้างว่า...เล่นพอใช้ได้นะ ก็พยายามทำให้มันดีขึ้น แต่น้ำเสียงของแมทเองมันดูยานไปหน่อยทำให้เสียงพูดไม่มีน้ำหนัก ก็ได้พี่ในกองหลายๆ คนมาช่วยดูแลทั้งเรื่องการพูดและแอ็กติ้งค่ะ ก็มีเรียนแอ็กติ้งกับพี่ดุ๊ก ( ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ) เพิ่มเติมค่ะ ก่อนเปิดกอง และช่วงเข้าฉากนั้นก็จะมี "พี่นก จริยา" ซึ่งเล่นเป็นแม่-ลูกกันในเรื่องคอยแนะนำตลอดเวลา และได้ผู้กำกับฯ "ศุภณา ครุฑนาค" มาช่วยแมทได้มาก

    แต่อยากจะบอกว่า...การร้องลิเกที่ปรางค์ในเรื่องต้องทำเป็นอาชีพนั้น มันยากมากๆๆๆ ( หัวเราะ ) ถึงแม้ว่าผู้กำกับการแสดงและพี่นกจะให้ผ่านฉากนั้น ( ร้องรำลิเก ) มาได้แล้ว แต่มันก็ยังคาใจแมทอยู่ตลอดเวลา เพราะแมทคิดว่าแมทยังทำได้ไม่ดีเลย... เพราะซ้อมก่อนการแสดงจริงแค่ 2-3 ก็ต้องเข้าฉากนี้แล้ว ยังไม่ทันลงตัวก็ต้องถ่ายวันเสียงร้องยังเพี้ยนๆ ทุเรศๆ อยู่เลย น่าเกลียดมาก ทำให้แมทเข้าใจคณะลิเกเลยว่าไม่ใช่เรื่องสวยงามและทำกันง่ายๆ มันยากจริงๆ ถ้าไม่มีใจรักและพร้อมจะฝึกฝนนะ ไม่มีทางทำได้แน่ๆ ถ้ามีโอกาสได้แก้ตัวใหม่แมทก็จะทำให้ดีกว่านี้ค่ะ

    กลัวคนจะติติงมั้ยกับการแสดงที่ดูขัดหูขัดตาอยู่บ้าง?
  • ไม่ค่ะ เพราะแมทก็เข้าใจศักยภาพของแมทดี คิดอยู่แล้วว่าแมทเองก็เด็กใหม่ในวงการนี้อยู่มาก ก็พยายามทำความเข้าใจในเรื่องการแสดงกันไป แมทเองก็รู้ตัวว่าไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านนี้มาตั้งแต่เกิด แต่ก็คิดกลับกันว่าก็ไม่มีใครที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์เช่นกัน ขนาดพี่ๆ นักแสดงที่เขาเคยเล่นกันมาก่อนนานกว่าแมทเขายังบ่นเลยว่า เขาเองเขาก็ยังเล่นไม่ได้ดีที่สุดเลย แล้วกับตัวแมทมาทำงานเป็นแค่เรื่องที่สองเอง ก็คิดว่ามันก็เป็นงานที่ต้องทำการบ้านหนักอยู่นะ แต่ถ้าแมทตั้งมาตรฐานไว้ที่ ณ จุดหนึ่ง ไม่ต้องถึงจุดที่สูงสุด มันก็น่าจะทำให้แมทพอใจกับตัวเองได้มากขึ้นแล้วค่ะ ไม่มีการกดดันตัวเอง และไม่คิดคาดหวังกับตัวเองด้วย เพราะอย่างไรการคิดในเชิงลบอย่างนั้น สำหรับแมทมันก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้นมา สู้พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติดีกว่า

    การได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมือก็ช่วยแมทได้มาก?
  • ค่ะ จากที่แมทเคยเห็นพี่นกแสดงในละคร ก็ชอบพี่นกนะคะ เพราะพี่นกแสดงแล้วทำให้ใครๆ ต่างรู้สึกได้ว่าเขาเป็นไปตามนั้น แค่สายตาเขาก็สามารถบอกได้แล้วว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร เรียกว่าเล่นได้เก่งและเจ้าบทบาทเอามากๆ เมื่อได้มีโอกาสร่วมงาน ก็ทำให้แมทยิ่งเข้าใจพี่นกเลยว่าเขาสามารถทำได้อย่างที่แมทเห็นพี่เขาในละครจริงๆ ตอนที่แมทเข้าฉากกับพี่นก พี่นกช่วยแมทได้มากเลยค่ะในเรื่องของอารมณ์ ซึ่งเมื่อแมทมีติดขัดในช่วงไหนทั้งตอนซ้อมและเข้าฉากจริง พี่นกก็จะใจเย็นคอยอธิบายซีนนั้นๆ ให้แมทเข้าใจ

    โดยมีจิตวิทยาว่า...สมมติแมทเป็นอย่างนี้เราสามารถถ่ายทอดออกมาอย่างนี้เลยนะ คือค่อยๆ สอนและตั้งใจกับการทำงานมากๆ แมทรู้สึกอุ่นใจมากที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอีกครั้งในฐานะผู้จัดละครและนักแสดง โดยครั้งนี้พิเศษหน่อยคือเราได้มีโอกาสได้แสดงละครร่วมกัน แมทโชคดีค่ะ เพราะคนหลายๆ คนที่ตัดสินใจดูละครเรื่องนี้ ก็เพราะพี่ๆ นักแสดงคนอื่นๆ ด้วย แต่แมทคิดว่าการที่แมทเล่นดีหรือไม่ดี ก็ไม่ใช่จะต้องยึดติดอยู่กับคนอื่นเสียหน่อย คนชอบแมทหรือไม่นั้นก็ต้องมองการแสดงหรือเอ็นดูแมทเป็นหลักมากกว่า

    เพื่อนๆ ที่เป็นนางเอกรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน แต่เรามาคนเดียวถูกมองแน่ๆ ว่าจะเปรี้ยงมั้ย?
  • ก็เหมือนที่ใครๆ หลายคนจับตามองอยู่และพูดไว้เลยว่าละครเรื่อง "มณีดิน" จะเป็นการพิสูจน์แมทว่าจะดังหรือดับก็เรื่องนี้เลย !! แต่แมทไม่ได้คิดอะไรเพราะปกติก็เป็นคนเฉยๆ มาก ละครเรื่องนี้ก็เหมือนกันแมทรู้ตัวและพยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นเหมือนหน้าที่ที่แมทต้องรับผิดชอบ แต่เพราะแมทบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าการเข้ามาในวงการนี้ เป็นสิ่งที่แมทไม่คาดฝัน การมีโอกาสได้ทำก็ถือว่าที่สุดแล้ว ส่วนจะดังหรือดับก็ต้องแล้วแต่การตอบรับของแฟนๆ ละครเป็นตัวแปรต่อไปค่ะ

    ถ้าใครไม่ได้เข้ามาสัมผัสแมทจริงๆ มองแต่ภาพลักษณ์จะต้องบอกว่าหยิ่งแน่นอน?
  • ( หัวเราะ ) คนก็ทักแมทบ่อยเลยค่ะกับลุกส์แบบนี้ เพราะนอกจากแมทจะพูดตรงๆ แล้วแมทก็ยังเป็นคนที่หน้าดุ ไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไรถ้าไม่สนิท จึงทำให้เข้าใจผิดว่าแมทดูหยิ่งๆ นะ แต่ทำไงได้คะเพราะแมทก็เป็นของแมทแบบนี้มาตลอด ขนาดเพื่อนๆ บางครั้งยังดูแมทไม่ออกเลยว่าตอนนี้อารมณ์ไหนกันแน่ ไม่กล้าเข้ามาหยอกล้อเพราะว่านึกว่าแมทกำลังงอนหรือโกรธอยู่ แมทไม่ชอบที่จะต้องมาปั้นหน้าตลอดเวลา แมทเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เป็นคนที่ไม่ชอบเฟก มันเป็นธรรมชาติของแมทค่ะ มาจากข้างในจริงๆ แต่ถ้าคนสนิทและใกล้ชิดก็จะรู้ว่า...ตัวจริงของแมทนั้น ไม่ได้มีอะไรจริงๆ ออกจะติงต๊อง เฮฮาเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างไรสิ่งที่แมทเป็นก็ยังเป็นไปด้วยความเป็นเด็กอยู่ดีค่ะ


    สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย

    ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 2 - 8 พ.ค. 50



    หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
    ดูเรื่องอื่น >>
    helper end