|
บันทึกเที่ยวเมืองเวนิสของครอบครัว มัสยวาณิช
ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาครอบครัวเรา ฟลุค-เกริกพล, โบ-ชญาดา, น้องอชิ-อชิรวัตติ์ มัสยวาณิช ได้ไปถ่ายรายการที่เมืองสุดแสนจะโรแมนติกอย่าง เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ซึ่งการเดินทางไปที่นั่นควรจะไปในช่วงเดือนมีนาคมถึงตุลาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะอากาศจะเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 19-27 องศาเซลเซียส ถ้าไปผิดฤดูอากาศจะหนาวมาก หรือถ้าเป็นช่วงหน้าฝนน้ำจะท่วมเวนิสทั้งเมือง
 เวนิสเป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก ซึ่งจะมีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด และตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ นักท่องเที่ยวอย่างเราจะมีความสุขมากที่ได้เดินบนถนนเล็กๆ ที่เชื่อว่าแตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก เหมือนเมืองไทยบ้านเราในสมัยโบราณก็มีคำเปรียบเปรยให้เป็นเวนิสตะวันออกเช่นกัน เพราะคนไทยใช้ชีวิตใกล้ชิดกับสายน้ำและอยู่อย่างสงบสุข วันที่เราไปถึงเป็นช่วงเวลาที่ฟ้าใส อากาศดีมาก ลมโชยมาพร้อมกับบรรเลงเพลงอิตาเลียนอย่างครื้นเครง อชิเริ่มตื่นเต้นกับเรือยนต์ที่แล่นผ่านไปมาบนคลองสายหลัก เพราะที่เมืองนี้ไม่มีถนนคอนกรีต เราต่างตื่นเต้นที่จะได้เปลี่ยนวิถีชีวิตการเดินทางแบบใหม่บนทางน้ำด้วย เรือโดยสาร ( Water Bus ) เรือเมล์ที่มีทั้งตั๋วเที่ยวเดียว หรือตั๋วใช้ได้ทั้งวัน หรือจะเช่าเรือแท็กซี่ส่วนตัวก็ราคาแพงขึ้นอีกหน่อย หรืออีกวิธีที่ประหยัดที่สุดคือการเดินทางเท้า เพราะทุกแห่งจะถูกเชื่อมต่อถึงกันหมด
 เรามุ่งหน้าไปตรงที่จุดศูนย์กลางแห่งเมืองเวนิสเป็นจตุรัสใหญ่เรียกว่า ซานมาร์โก ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและจุดนัดพบของเหล่านักท่องเที่ยว ที่หลั่งไหลมาชมความงดงามและเก็บสถาปัตย กรรมในบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์เซนต์มาร์ก และโดจพาเลซ ซึ่งจะสังเกตเห็นรูปปั้นรูปสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิสที่เรียกว่า ลีโอเน่ ( Lione ) เรารีบชักกล้องมาถ่ายแทบไม่ทันกับนกพิราบเป็นพันตัวที่บินมากินอาหารจากอชิที่โปรยให้ ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของลานซานมาร์โกนี้ ประกอบกับวงดนตรีที่เล่นกันสดๆ จากคาเฟ่รอบๆ บริเวณนั้น ทำให้เรานั่งอยู่ได้สบายๆ หลายชั่วโมง สำหรับนักช้อปทั้งหลายเวนิสจะมีของขายทั่วเมือง ทั้งแบรนด์เนมหรือของจุกจิก แต่โบชอบของแฮนด์เมด งานศิลปะพื้นเมืองของที่นั่นไม่ว่าจะเป็นหน้ากากแฟนซีที่เขาไว้ใส่กันในงานคาร์นิวัลสวยมากๆ ผ้าลูกไม้จากเกาะใกล้เคียงคือบุราโน หรือแก้วเป่าหลากสีที่ทำเหมือนท็อฟฟี่ลูกเชอร์รี่เล็กๆ ไปจนถึงโคมไฟขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนั้นมาจากเกาะมูราโน ถ้าใครสนใจสามารถนั่งเรือไปประมาณ 40 นาที ไปดูวิธีการผลิตได้ ซึ่งทั้ง 2 เกาะนั้นจะมีบ้านเรือนสีสันสดใสให้ถ่ายรูป
  พอตกเย็นเราไปนั่ง เรือกอนโดลา ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองเวนิส โดยจะมีกอนโดเลียร์เป็นคนแจวเรือพาเราล่องไปตามคลองใหญ่หรือคลองแคบๆ ทำให้เราเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวนิสอย่างใกล้ชิด หรือถ้าต้องการเรือลำที่มีดนตรีเล่นก็จะเสียเงินแพงขึ้นอีก คิดเป็นเงินไทย ค่านั่งเรือจะแพงมากๆ ราคาประมาณ 4,000 - 7,000 บาท เรานั่งเรือลอดผ่านสะพานรีอัลโต้ ซึ่งเป็นสะพานแฝดที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 12 ด้านบนสะพานมีร้านค้า พร้อมเป็นจุดชมวิวของเวนิสที่สวยงาม แม้จตุรัสซานมาร์โกจะมีชื่อเสียงที่สุดแต่ สะพานรีอัลโต้ ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของเวนิสตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ค่ำคืนที่เวนิสจะสมบูรณ์ได้ก็ต้องได้กินอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ซึ่งเราจะขอแนะนำร้าน Dufioni เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่คนดังต่างก็ชอบไปกิน สำหรับเมนูจานเด็ดจะเป็นพวกอาหารทะเล เช่น สปาเกตตีหอยลาย, ข้าวริโซโต้หอยเชลล์ ซึ่งมีรสชาติจัดถูกปากคนไทยอย่างเรา หลังจากอิ่มท้องแล้วก็เดินย่อยในบรรยากาศยามค่ำคืนก็จะดูโรแมนติกไปอีกแบบ เราจะสังเกตเห็นคู่รักเดินกอดกัน บ้างก็เต้นรำฟังเพลงอย่างสนุกสนาน จึงทำให้เวนิสเป็นอีกเมืองที่น่าจดจำ และถ้าใครมีแผนการอยากไปเที่ยวเมืองนอกขอให้นึกถึงที่เวนิส เพราะเป็นจุดหมายปลายทางอีกแห่งสำหรับนักเดินทางที่ไม่ควรพลาด
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย ( ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 20 - 26 กรกฎาคม 2548 )
|
|
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บันทึกเที่ยวเมืองเวนิสของครอบครัว มัสยวาณิช
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 172
Re: บันทึกเที่ยวเมืองเวนิสของครอบครัว มัสยวาณิช
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา อายุ 20 ปีขึ้นไป
- นักศึกษา แม่บ้าน รับราชการ แม่ค้าพ่อค้า พนักงานประจำ รับจ้างทั่วไป ทำได้ทุกคน
- มีที่ปรึกษาพร้อมสอนงานให้คุณดำเนินธุรกิจได้เองใน 1 เดือน
สนใจดูข้อมูลได้ที่ http://simurl.com/galkig
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์