ดารา ซุบซิบดารา แฟชั่นดารา วอลเปเปอร์ ประวัติดารา ดาราหน้าใหม่ สัมภาษณ์ Photo Gallery Gossip ภาพดารา ดาราเกาหลี ดาราเอเชีย ดาราไทย ดาราญี่ปุ่น เวียร์ วิน แพนเค้ก เรน คิมจองฮุน จูจีฮุน กบ สุวนันท์ ต๊ะ วริษฐ์ ป๋อ ณัฐวุฒิ Rain Princess Hours ยุนอึนเฮ ลีจุงกิ
 
 หน้าแรก   ซุบซิบดารา   จับเข่าคุยกัน   วันว่างดารา   เกาะติดดารา   รวมภาพดารา   ดาราหน้าใหม่   S! กรี๊ด   ข่าว PR   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด   RSS 
ดาราคิดยังไง    สัมภาษณ์

  ค้นหาเรื่องดารา-คนดัง  
   หน้าแรก > จับเข่าคุยกัน > สัมภาษณ์
   สัมภาษณ์
สัมภาษณ์
ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

ถึงแม้ละคร สวรรค์เบี่ยง จะจบไปแล้ว แต่กระแสความแรงก็ยังมีอยู่ให้คนพูดถึงจนทุกวันนี้ หลายคนประทับใจกับการแสดงของ แอน ทองประสม ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์การแสดงมานานถึง 17 ปี เรียกได้ว่าเธอเป็นดาราที่เก่งหาตัวจับยากคนหนึ่งเลยทีเดียว วันนี้ ดาวต่างมุม ได้มานั่งพูดคุยอัพเดทชีวิตของเธอ กับมุมมองที่เฉียบคม และบทบาทใหม่กับการเป็นทูตยูนิเซฟ

แอน ทองประสมแอน ทองประสม


เล่นละครยากมากๆ มาเยอะ ยังมีอะไรที่ยากสำหรับแอนอีก ?
  • เวลาแอนเล่นละครเสร็จแต่ละเรื่องแอนก็ลบทิ้ง พอมาเล่นเรื่องใหม่ก็นับหนึ่งใหม่ แอนก็ต้องเล่นอะไรที่ยากขึ้น ทุกวันนี้ยังต้องมีศึกษาการแสดงจากหนังต่างประเทศบ้าง พยายามหาวิธีแอ๊คติ้งใหม่ๆ เพราะของพวกนี้ใช้ไปมันก็หมด ต้องคอยเติมเต็มตลอด แอนจะโชคดีที่เจอบทที่ยาก บทที่ต้องทำการบ้านเยอะ ไม่เบื่อนะ แอนรักมัน เรื่องไหนที่รับเล่นคือแอนตัดสินใจแล้ว แอนอยากเล่นมันจะไม่เบื่อหรอก ถ้าบทมันมีเหตุผลและมันมีที่มา อย่างบทตลกก็อยากเล่นนะถ้ามีโอกาส แต่คงไม่ใช่ตลกแบบโป๊งชึ่ง แอนอาจจะไม่ได้เก่งขนาดนั้น ก็คงเป็นตลกอีกอย่างหนึ่ง

    จะได้มีโอกาสเห็นแอนเป็นผู้จัดละครไหม ?
  • คงจะไม่ เพราะถ้าแอนเป็นผู้จัดคงต้องเลิกเล่นละครมั้ง คนเป็นผู้จัดต้องทุ่มเทมาก ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ เพื่อดูแลเบื้องหลังอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้แอนยังรู้สึกสนุกอยู่กับงานเบื้องหน้า เท่าที่แอนทำไหวแล้วก็มีโอกาสที่จะทำ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราอิ่มแล้ว แล้วอยากหันไปทำอย่างอื่นบ้าง เราก็ค่อยไปทำเบื้องหลัง ถ้าทำสองอย่างคู่กันมันจะไม่ดี

    แต่ก็ยังมีไปทำรายการ ?
  • รายการมันจะเป็นอีกแบบหนึ่ง มันไม่เหมือนละคร 3 ปีที่ทำรายการมาทำให้แอนโตขึ้น แข็งแรงขึ้น เข้าใจการบริหารมากขึ้น เข้าใจทีมงานมากขึ้น คือเราอยู่ในฐานะนักแสดงเราถูกเอาใจเยอะ พอเรามาเป็นผู้ผลิตรายการ แล้วเราต้องไปขอคิวนักแสดงด้วยกัน เวลาที่เขาตอบกลับมาว่า ไม่ได้ ไม่เอา เราก็จะโอ๊ย...ทำยังไงให้เขาอยากมารายการเรา มันท้าทายมาก พอเราเป็นนักแสดงเอง เวลาทีมงานขอนั่นขอนี่ อะไรที่เราให้ได้เราให้ คือเข้าใจเวลาที่ต้องติดต่ออะไรแล้วไม่ได้รับความร่วมมือจากนักแสดงนี่มันเซ็งเหมือนกันนะ

    กระแสรายการที่ทำอยู่เป็นยังไง ?
  • ถ้า อิงลิช ออน ทัวร์ นี่ถือว่าดีมาก เป็นภาษาอังกฤษที่เล่าผ่านความสนุกของเรื่องราว จะไม่ได้สอนเป็นวิชาการที่หนักจนเกินไป แล้วก็มีโรงเรียนมาขอวีซีดีแอน ไปเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในห้องเรียนมากขึ้น แอนก็ไม่คิดว่ารายการแอนจะเป็นประโยชน์ได้ขนาดนี้ เราก็ภูมิใจ บางโรงเรียนให้เด็กจดศัพท์วันละคำไปส่งครู บางคนจดไม่ทันก็มาอัพเดทในอินเทอร์เน็ต ส่วนรายการ โอมเพี้ยง ก็จะเป็นรายการทำตามฝัน เด็กก็จะเขียนจดหมายเข้ามาเยอะมาก แอนก็คุมการผลิตเอง ตรวจสคริปต์เอง

    ทำรายการเองก็เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้วสิ ?
  • ไม่หรอก รายการเด็กไม่รวย แอนไม่ได้อะไรมากมาย ได้แค่แบบพอหมุนใช้ พอมีที่จะทำให้ทีมงานแอนขับเคลื่อนไปได้ อย่าง อิงลิช ออน ทัวร์ แอนก็ถือว่าโอเค แอนอยู่ได้ ช่วงแรกๆ ต้องขายงานลูกค้าเอง ทำให้คนรู้ว่าแอนเป็นเจ้าของ เราก็ต้องไปเปิดตัวนิดหนึ่ง บางคนเห็นเรารู้จักเรา เขาก็จะไม่ต่อต้าน เออคนนี้เป็นนักแสดงมาทำธุรกิจ เขาจะให้เครดิตเราเป็นใบเบิกทางขึ้น แต่บางคนก็จะมองว่าเป็นดาราเหรอแล้วไง เธอต้องทดสอบตัวเองมากกว่าคนอื่นหน่อยนะ ก็จะมีหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ดีหมด ทุกคนให้ความร่วมมือ

    ทำหลายอย่างแบ่งเวลายังไง ?
  • แอนก็แบ่งของแอนได้นะ เพราะไม่ได้รับงานซ้อนกันเยอะ อย่างละครก็ถ่ายจันทร์-อังคาร-พุธ วันพฤหัส-ศุกร์ มีงานโชว์ตัวก็ไปบ้าง เวลาว่างก็เข้าออฟฟิศ หรือจะมีงานถ่ายโฆษณา แอนก็จัดการของแอนได้ เพราะแอนเรียนจบแล้ว เวลาส่วนตัวก็มีนะ แอนชอบโยคะ ชอบสปา ชอบฟิตเนส ก็เป็นวิธีให้ความบันเทิงของแอน แล้วอีกอย่างความสุขของแอนก็คือการอยู่ในกองถ่าย มันก็เหมือนการพักผ่อนอย่างหนึ่ง

    ใช้ชีวิตกับกองถ่ายมากี่ปีแล้วเนี่ย ?
  • 17 ปีไม่มีเบื่อเลย แอนไม่เบื่องานแต่เบื่อคน งานมีคุณค่ามีศิลปะของมันอยู่แล้ว แต่คนไปทำให้งานมีปัญหา ถ้าเป็นกองถ่ายละครแอนอยู่ได้ทั้งวัน ไม่มีแบบว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้าน อาจจะมีที่วันนี้เหนื่อยมากอยากกลับไปนอน ถ้าร่างกายไม่ไหวมันเหนื่อย มันง่วง เราก็จะอยากกลับ แต่กลับเพราะเบื่อนี่ไม่มี คือจะใช้ชีวิตทุกวันให้สนุกที่สุด

    ตอนเด็กๆ นี่เคยคิดฝันอยากจะเป็นดาราไหม ?
  • คิดมาตลอดเลย คิดมาตั้งแต่จำความได้ว่าอยากเป็นดารา แล้วก็ได้เป็น แอนเป็นคนเชื่อเรื่องแรงดึงดูด ทำให้ตัวเองตั้งใจอยากจะไปทางไหน เราก็นำพาไปได้ มันไม่ได้ทุกเรื่อง แต่โดยหลักๆ แล้ว แอนคิดว่าถ้าใจเราจะทำสักอย่างมันต้องทำได้ ถ้าแอนไม่กล้าพอที่จะเขียนจดหมายมาสมัครเป็นดารานะ แอนก็คงไม่ได้เป็น แต่แอนไม่สนเลย แอนมีความรู้สึกว่าแอนมีใจพอที่จะทำ มีโอกาสที่จะสมัครก็สมัครมันทุกที่ แล้วแอนก็ได้ แอนดูละครตั้งแต่ 6 ขวบ เริ่มรู้สึกอินมากๆ ก็ตอน ป.2-ป.3 ก็เลยชอบ อยากเป็นดารา อยากจะเล่นเป็นตัวนั้นตัวนี้ สนใจทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการแสดง พอมาเป็นดาราแล้วสนุกกว่าตอนที่คิดอีก พรุ่งนี้เราได้เปลี่ยนมารักคนนี้ เรื่องหน้าคนนี้มารักเรา โอ้โห...มันสนุก ชีวิตมันมีความสุข

    รู้สึกยังไงได้เป็นทั้งขวัญใจประชาชน ขวัญใจนักข่าว ?
  • แอนก็ขอบคุณที่ทุกคนให้เกียรติแอน ให้รางวัลแอน ก็แสดงว่าแอนนิสัยดี แอนก็เข้าใจว่าเราต้องรักษาให้ต่อเนื่อง ถ้าวันหนึ่งเราทำไม่ได้อย่างที่เคยทำ แล้วเขาจะไม่เรียกเราในตำแหน่งขวัญใจแล้ว เราก็ต้องยอมรับ แต่แอนคิดว่าเราต้องทำทุกอย่างให้เสมอ และเท่าเทียมสมดุลตลอดเวลา แอนไม่กดดันเลย ก่อนหน้านี้เราก็อยู่มาได้ 16-17 ปี โดยไม่มีตำแหน่งรั้งท้าย จะมีก็ช่วง 2 ปีนี่แหละที่ทุกคนให้เกียรติแอน ให้ตำแหน่งแอน ก็เหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เป็นยาชูกำลังมากกว่า เราก็รู้สึกขอบคุณ

    อายุขึ้นเลข 3 แล้วไม่คิดจะมีครอบครัวเหรอ ?
  • ตอนนี้ยังไม่พร้อม ในเรื่องบางเรื่องแอนยังเด็กอยู่เลย ต้องมาใช้ชีวิตสามี-ภรรยาแอนยังจัดการได้ไม่ดีหรอก แอนมองว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ในบทละครอาจจบอย่างสวยงาม แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น บังเอิญเราอาจจะเกิดมาในครอบครัวที่พ่อ-แม่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แอนก็เลยมีทัศนคติแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าแอนมองโลกในแง่ลบ แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เราฝัน เพราะฉะนั้นการที่เราจะสร้างครอบครัวให้ตัวเอง หรือจะเอาเด็กขึ้นมาเกิดบนโลกนี้มันไม่ได้ทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เราต้องวางแผน

    เห็นแอนเคยบอกว่าแอนจะเป็นผู้หญิงที่ไม่มีลูก ?
  • ใช่ค่ะ แอนอุปการะเด็กหลายคนซึ่งไม่มีใครรู้ กว่าแอนจะสั่งสอนให้เขาเป็นเด็กดี กว่าจะปั้นให้เขาอยู่ในสังคมได้แบบปลอดภัย ไม่ต้องเป็นเหยื่อของสังคม โอ๊ย...มันเหนื่อยมาก เลยมีความรู้สึกว่าถ้ามีลูกเอง แอนยังไม่พร้อมพอที่จะเลี้ยงเด็ก ที่จะปั้นให้เขาเป็นคนดีได้ แอนก็เลยมองว่า แอนไม่รู้ว่าวันที่แอนจากไป เขาจะอยู่ยังไง นี่ก็โลกร้อนสุดฤทธิ์ ข้าวก็แพงขึ้นทุกวัน การเมืองก็อะไรไม่รู้ แล้วลูกเราจะแข็งแรงอยู่ได้ไหม แค่รู้สึกว่ามันห่วง

    เป็นเพราะสภาพสังคมทุกวันนี้เลยไม่อยากให้เด็กเกิดมา ?
  • ใช่ อย่างแอนไปดูงานยูนิเซฟ เห็นบางครอบครัวมีเด็กเยอะเลี้ยงไม่ไหว นมยังต้องแย่งกันกิน เห็นแล้วก็รู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม บางคนบอกว่ามีลูกแล้วจะเติมเต็มชีวิตคู่ แอนยังไม่มีก็ตอบไม่ได้ แต่แอนรู้สึกว่าแอนมีเรื่องที่สนุกกับชีวิตได้อีกหลายอย่าง ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาเด็กคนหนึ่งเกิดมา เพื่อให้แอนมีอะไรทำมากขึ้น แต่แอนเชื่อว่าเราก็สามารถทำอะไรดีๆ ได้โดยที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขอื่นๆ

    เรื่องแต่งงานก็คงอีกนานเลยสิ ?
  • แอนตอบไม่ได้ ปีหน้าแอนอาจจะบอกว่าแต่งแล้ว ก็ไม่แน่ หรืออาจจะอีก 2 ปี ค่อยว่ากัน เราก็ไม่ได้คุยกันชัดเจนลักษณะนั้น มองหน้าเราก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันแค่นั้นเอง

    ดูเหมือนแอนยังอยากมีชีวิตส่วนตัวอยู่ ?
  • ใช่ คือแอนเกิดมาแอนก็ต้องเลี้ยงครอบครัวแล้ว แอนเกิดมาก็อยู่กับยายสองคน กระเบียดกระเสียรกันพอสมควร พออายุ 12 แอนก็ทำงานแล้ว จนแอนอายุเท่านี้ เลี้ยงดูคนอื่นมาตลอด แอนยังไม่ค่อยให้อะไรกับตัวเองเลย มันควรจะมีช่วงหนึ่งให้แอนได้ให้ร่างกายให้ใจแอนบ้าง ที่แอนใช้เขามาเยอะเหลือเกิน แอนก็เลยมีความรู้สึกว่า แอนยังไม่อยากที่จะต้องไปให้อะไรใครอีก ขอพักเหนื่อยก่อนได้ไหม การที่จะมีคู่เราก็ต้องเช็กกันให้แน่ ถามใจตัวเองกันให้แน่ว่าพร้อมที่จะอยู่ด้วยกันไหม เราต้องเช็กกันให้ดีๆ เดี๋ยวอยู่แล้วมีปัญหา

    แล้วอย่างการเป็นทูตยูนิเซฟ แอนต้องทำอะไรบ้าง ?
  • แอนก็มีหน้าที่เป็นกระบอกเสียง บอกให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาของเด็กและเยาวชน ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิเด็ก การศึกษา ความเป็นอยู่ของเด็ก ให้ทุกคนเห็นว่าเด็กถูกทอดทิ้งมาเยอะแล้ว ให้คนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาร่วมมือ รวมทั้งมีส่วนช่วยระดมทุนให้ทางยูนิเซฟ เพื่อนำทุนนั้นมาสร้างเครือข่ายในการช่วยเหลือเด็กต่อไป นั่นคือหน้าที่ของทูต ก็ต้องลงไปคลุกคลีกับเด็ก ลงไปเห็นปัญหาที่แท้จริง ถ้าแอนไม่เข้าใจปัญหา แอนจะมาเล่าให้ทุกคนฟังไม่ได้

    เท่าที่ไปคลุกคลีกับเด็กเห็นปัญหาอะไรเยอะที่สุด ?
  • ปัญหาเรื่องการศึกษา พอเด็กไม่ได้รับการศึกษา เขาไม่มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงพอที่จะอยู่ในสังคมได้ เขาจะถูกหลอกลวงได้ง่าย ถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ง่าย ถูกเอาไปใช้ในเรื่องของการค้ามนุษย์ การค้าขายยาเสพติด หรือโดนมิจฉาชีพหลอกไปได้ คือถ้าเขาแข็งแรงมีการศึกษา แล้วเลี้ยงดูเขาให้เขามีภูมิต้านทานในตัวเอง เขาจะไม่โดนสิ่งยั่วยวนเหล่านี้หลอกไป แอนก็มองว่าเรื่องการศึกษา เรื่องการถูกละเมิด เป็นเรื่องที่สำคัญ บางทีแอนไปเห็นเด็ก 40 คนมีครูคนเดียวในห้อง แล้วเมื่อไหร่เด็กจะเขียน ก.ไก่ ได้ เด็กก็ 8-9 เผ่าพันธุ์ พูดคนละภาษา ครูเองยังสื่อสารกับเด็กไม่ค่อยได้เลย แอนเลยรู้สึกว่าทำไมไม่มีอะไรที่เข้าไปจัดการให้สัดส่วนมันเหมาะสม ทำให้เขาได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ พอเห็นแล้วเรายิ่งต้องช่วย ยูนิเซฟต้องเข้ามาช่วยใหญ่


    สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย




    หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง


    ดูเรื่องอื่น >>
    helper end

    ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    แสดงความคิดเห็น

    ซ่อนความคิดเห็น

    รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

    จำนวนข้อความทั้งหมด 61

    1. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    2. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    3. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    4. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    5. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    6. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    7. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    8. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    9. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    10. Re: ความสุขของ แอน ทองประสม อยู่ที่การแสดง

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    [เพิ่มเติม]

    รหัสความปลอดภัย

    ต้องการรหัสอื่น

    เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้