ดารา ซุบซิบดารา แฟชั่นดารา วอลเปเปอร์ ประวัติดารา ดาราหน้าใหม่ สัมภาษณ์ Photo Gallery Gossip ภาพดารา ดาราเกาหลี ดาราเอเชีย ดาราไทย ดาราญี่ปุ่น เวียร์ วิน แพนเค้ก เรน คิมจองฮุน จูจีฮุน กบ สุวนันท์ ต๊ะ วริษฐ์ ป๋อ ณัฐวุฒิ Rain Princess Hours ยุนอึนเฮ ลีจุงกิ
 
 หน้าแรก   ซุบซิบดารา   จับเข่าคุยกัน   วันว่างดารา   เกาะติดดารา   รวมภาพดารา   ดาราหน้าใหม่   S! กรี๊ด   ข่าว PR   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด   RSS 
ดาราคิดยังไง    สัมภาษณ์

  ค้นหาเรื่องดารา-คนดัง  
   หน้าแรก > จับเข่าคุยกัน > สัมภาษณ์
   สัมภาษณ์
สัมภาษณ์
ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

มีดาราหลายคนเวลาที่ความรักไม่สมหวังมักชอบพูดถึงประโยคนี้เสมอว่า ถ้าลักกี้อินเกมจะไม่ลักกี้อินเลิฟ ไม่รู้ว่าพูดเพื่อปลอบใจตัวเองหรือพูดเพราะเชื่อแบบนั้นจริงๆ สำหรับนางเอกแถวหน้าอีกคนของวิกหมอชิต “ชมพู่-อารยา เอ.ฮาร์เก็ต” หลังจากเลิกรากับอดีตคนรักหนุ่มนอกวงการที่คบหากันมานานถึง 8 ปี งานการก็ดูเหมือนจะล้นมือจนแทบไม่มีเวลาว่าง...แบบนี้จะทำให้เธอเชื่อได้ไหมว่ามันตรงกับที่บอกไว้จริงๆ ว่าลักกี้อินเกมอันลักกี้อินเลิฟ



คิดยังไงกับประโยคที่ว่า ลักกี้อินเกมอันลักกี้อินเลิฟ ?
  • ไม่หรอกค่ะ เพราะบางคนชมก็เห็นเขาลักกี้หมดเลยก็มีนะ ชมว่ามันคงเป็นช่วงจังหวะมากกว่า อย่างช่วงนี้ดูเหมือนชมจะทุ่มเทให้กับงานเต็มที่ก็เลยทำงานทุกวันไม่ว่างเลย ทั้งงานพิธีกร อีเวนต์ เดินแบบ และโชว์ตัว คือเราทำได้หลายแบบและทำทุกอย่างไงก็เลยมีงานทุกวัน งานพิธีกรงานโชว์ตัวร้องเพลงติดต่อมาเราก็รับ เดินแบบก็ได้บ้าง แต่ชมก็ทำงานแทบทุกวันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ช่วงหลังสังเกตงานนอกจะเยอะ อาจเป็นเพราะคนจำเราได้เยอะ แล้วพอเราทำงานมาประมาณหนึ่งก็จะเริ่มมีคอนเน็กชั่น คนที่เคยร่วมงานกันจำเราได้ และแฮปปี้ก็เรียกมาร่วมงานอีก

    เพราะตอนนี้โสดก็เลยมีเวลาทุ่มเทให้กับงานเต็มที่ ?
  • ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราก็ตั้งใจว่าจะทุ่มเทกับมัน ยอมรับเราตั้งใจมากขึ้น เพราะตอนนี้คิดว่าเรามีตัวคนเดียว ฉะนั้นก็ต้องนึกถึงตัวเอง นึกถึงอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยู่กับเราคืองาน ก็ต้องทำให้ดีที่สุด จะไม่คิดว่ามีสองคนแล้วในชีวิต ตอนนี้เราคิดว่ามีคนเดียวก็ต้องเต็มที่ ต้องช่วยตัวเอง ต้องพัฒนาตัวเองนะ อีกอย่างหนึ่งเราเรียนปริญญาโท ก็ใกล้จบแล้วเหลือแต่ทำวิทยานิพนธ์ จริงๆ เทอมที่ผ่านมาเราต้องเริ่มทำแล้ว แต่ไม่ได้ทำเลยเพราะช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ชมยุ่งทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวหลายอย่างก็ยังไม่ได้เริ่มเลยว่างั้นเถอะ แต่คิดว่าคงจะเริ่มเร็วๆ นี้

    อยู่ตัวคนเดียวรู้สึกเหงาบ้างไหม ?
  • ก็มีบ้าง บอกไม่เหงาก็โกหก แต่ไม่ได้แบบโอ๊ย...ขี้เหงา เพราะจริงๆ แล้วชมก็เป็นคนที่ชอบทำอะไรคนเดียว ต่อให้ตอนที่เราไม่โสดก็ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว เป็นคนที่ไม่ติดใครเลย ชอบไปไหนคนเดียว ชอบไปเดินซื้อของคนเดียว ไม่ชอบให้ใครมาแบบว่า...มาให้เขาต้องเป็นห่วงเรา หรือเราต้องเป็นห่วงเขา แต่เวลาที่เราเหงาก็จะไม่พยายามคิดถึงมัน คือบางทีเราทำอะไรเพลินๆ ก็ลืมแล้ว แต่อาจจะมีบางแวบที่แบบว่าเราเห็นคนนั้นคนนี้ก็มานั่งคิด แต่พอเรามองย้อนไปจริงๆ ว่าไลฟ์สไตล์ของเราเป็นแบบนั้นมั้ย เวลาที่เรามีใครแล้วเราเป็นแบบนี้เหรอก็ไม่ใช่ ก็ไม่ใช่เราอยู่ดี

    เพราะรักความอิสระมากหรือเปล่าเลยเป็นเหตุทำให้ต้องเลิกกับแฟน ?
  • ไม่ใช่หรอก ชมไม่ได้ปิดอะไรขนาดนั้น ก็คือเป็นมนุษย์นี่แหละ แต่ไม่ใช่ว่าทำอะไรต้องมีคนติดสอยห้อยตามไปตลอด ไม่ใช่ แล้วชมว่าความสัมพันธ์ที่น่าจะยั่งยืนคือมันต้องไม่ก้าวก่ายกันมาก ถ้ามันติดกันมากเกินไปมันก็จะกระทบกันมาก คือให้เกียรติกันและดูแลกันบ้าง แต่ก็ปล่อยให้เว้นที่ว่างให้ต่างคนต่างหายใจ เพราะคนเราต่อให้เป็นแฟนกันต่างก็ต้องมีโลกส่วนตัว แต่เวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็เต็มที่เอนจอยมีความสุข ก็เหมือนชมอยู่กับเพื่อนก็เฮฮาบ้าบอสนุกสนาน แต่ไม่ใช่ต้องมาเจอกันทุกวัน เธอต้องติดฉันต้องเป็นแบบนี้ตลอด พอต่างคนต่างแยกกันไปก็อยู่ได้ก็ไปมีชีวิตของตัวเอง

    คนเราทำอะไรลงไปถ้าผิดพลาดหรือไม่เป็นอย่างที่คิดย่อมเสียใจ แต่ก็ทำให้เราได้ประสบการณ์ สำหรับความรักของชมกับเวลา 8 ปีที่ผ่านมาล่ะ ?
  • ก็เรียนรู้เยอะค่ะ เพราะชมกับเขาก็คบกันตั้งแต่อายุ 17 ก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราตั้งแต่เราอายุ 17 จนถึงวันที่เราอายุ 25 ก็คงเป็นประสบการณ์ชีวิต เป็นอะไรหลายๆ อย่าง ก็เรียนรู้เติบโตกันมา ที่ชมเป็นชมได้ทุกวันนี้ก็คงไม่ได้มาจากเขาทั้งหมด แต่ก็มีเขาเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในนั้น บทเรียนต่างๆ ประสบการณ์ก็คงมีเขาอยู่ในนั้นด้วย ชมมองว่าชีวิตเป็นทุกอย่าง มันตัดอะไรออกไปไม่ได้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา และเราก็คงจะแบบว่าเติบโตมากับมันแบบนั้น สำหรับชมมองภาพรวมบวกลบคูณหารแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันพลาด ก็มองว่าเป็นการเรียนรู้

    ประกาศตัวเป็นโสดแล้วคงเสน่ห์แรงน่าดู ?
  • ก็มีบ้างแหละ ก็เล่นรู้กันทั้งประเทศซะขนาดนี้ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะป่าวประกาศอะไรแต่ก็เก่งนะ รู้กันมาจากไหนก็ไม่รู้ ชมว่าก็เป็นธรรมดาพอคนรู้ว่าเราเป็นโสดก็ลองมาแย็บๆ บ้าง ก็มีบ้างเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เยอะเกินหน้าเกินตาคนอื่น แต่ยังไม่มีใครโดนเป็นพิเศษ เพราะเรายังไม่คิดว่าต้องรีบมี ไม่ได้ไขว่คว้า คือมันไม่โดนอ่ะตอนนี้ ชมเชื่อว่าต่อให้คนที่ไม่อยากมีแฟน ถ้าไปเจอคนที่โดนๆ ก็โดน แต่ต่อให้อยากมีถ้าไม่ใช่ฝืนไปก็ไม่รอด

    มีคนชมมั้ยว่าช่วงหลังดูสวยอวบอิ่มขึ้น ?
  • ก็อ้วนขึ้นแหละ และชมคงไม่กลับไปผอมเหมือนก่อนแล้ว ถ้าผอมเท่ากับอายุตอน 18-19 คงดูแก่ แต่ก็มีบางคนบอกอ้วนขึ้น แต่บางคนบอกดูสดใสดูเป็นสาวขึ้น

    เรื่องการแต่งตัวก็ดูจะมั่นใจมากขึ้นด้วย ?
  • ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะโตขึ้น แล้วชมก็คิดว่าคนก็เปิดรับมากขึ้น เมื่อก่อนสายเดี่ยวยังเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราเลย มีช่วงหนึ่งห้ามใส่สายเดี่ยวออกทีวีแต่ตอนนี้คนเริ่มเปิดมากขึ้นและรับได้ เราก็พยายามแต่งให้มันแบบ เออ...มันดูสวยของเรา และอยู่ในลิมิตที่สังคมยอมรับได้ ก็อยากให้มองเป็นสีสันมากกว่า อย่างชมก็ชอบดูการประกาศรางวัลต่างๆ เวลาเราเห็นดาราเขาแต่งตัวก็สนุกดี ดูเพลินดี ก็อยากให้คนมองแบบไม่คิดมาก แล้วเราก็ไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่ไปทุกงานนะ แต่คนกลับจำกันไม่ได้ ดันไปจำแต่ชุดที่หวือหวาเข้าใจมั้ย แต่ตอนไม่หวือก็มีแต่ไม่จำไม่พูดถึงไง

    รู้สึกยังไงถ้ามีคนมองว่าเราเป็นนางเอกเซ็กซี่ ?
  • ถ้าพูดด้วยความชื่นชมก็ขอบคุณค่ะ แต่ถ้าตำหนิก็ไม่รู้จะว่ายังไง เวลาที่เราทำอะไรจะมีฟีดแบ็กสองด้านเสมอไม่บวกก็ลบ ก็เป็นนานาจิตตังก็แล้วแต่ แต่ถามว่าชมชอบมั้ย ตราบใดที่ไม่ได้มีเซนส์ของการตำหนิหรือการประณามก็โอเค. อะไรก็ได้ ขอให้จำฉันได้ก็แล้วกัน คือชมเข้าใจเราทำอะไรไม่มีทางถูกใจคนทั้งหมดอยู่แล้ว ต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แล้วเป็นใครก็ต้องอยากให้คนชอบมากกว่าเกลียด แต่เราเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้ ก็คงได้แต่บอก สำหรับคนที่ไม่ชอบหรือเคยรู้สึกดีกับเราแล้วผิดหวัง ชมก็ต้องขอโทษถ้าทำให้เขาผิดหวัง ส่วนคนที่ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ก็ขอบคุณค่ะ

    วางแพลนอนาคตตัวเองไว้ยังไงหลังเรียนจบโทแล้ว ?
  • ก็ทำงานแสดงไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะบางคนอาจจะบอกว่าจะทำจนถึงอายุ 30 ก็จะเลิกแล้ว ปรากฏว่าอายุ 28 ไม่มีคนจ้างแล้ว คือเราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า เพราะงานบันเทิงเราไม่ได้เป็นคนเลือกแต่เราเป็นผู้ถูกเลือก ก็ต้องทำให้ดีที่สุด โอเค.เราอาจจะเลือกที่จะหยุดได้ แต่ ณ วันหนึ่งเราอาจจะไม่ได้เลือกที่จะหยุด แต่เขาอาจจะไม่เลือกเราแล้ว ฉะนั้นวันนี้เรายังรักที่จะทำมันอยู่ก็เต็มที่กับงาน รักษาคุณภาพ ส่วนสิ่งที่เราเลือกได้อาจจะเลือก ถ้าเราไม่อยู่ตรงนี้จะไปทำอะไร

    แล้วเป้าหมายของการแต่งงานล่ะ ชมเคยมองหรือตั้งเอาไว้ตอนอายุเท่าไหร่ ?
  • เมื่อก่อนเคยตั้งเอาไว้อยากแต่งงานตอนอายุไม่เกิน 30 แต่ตอนนี้ไม่ตั้งแล้ว ตอนนี้ชมไม่คิดเรื่องแต่งงานเลย เอาตัวเอง เอาเรื่องงาน และอนาคตก่อน ตอนนี้ชมมีความรู้สึกว่า เวลาเรามองหรือวางแผนชีวิต เราต้องวางแผนโดยมีตัวเราคนเดียว อย่าไปมองว่าเรามีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย เพราะเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนนั้นจะอยู่กับเราไปตลอด เราอย่าไปคิดว่าจะมีคนมาช่วยเรา ถ้าเราแต่งงานสามีต้องดูแลเราอย่าไปคิดแบบนั้น เพราะวันหนึ่งพอไม่มีเขาแล้วคุณจะล้มไง


    สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย









    ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 21-27 ก.พ. 50


    หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง


    ดูเรื่องอื่น >>
    helper end

    ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    แสดงความคิดเห็น

    ซ่อนความคิดเห็น

    รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

    จำนวนข้อความทั้งหมด 30

    1. Re: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    2. Re: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    3. Re: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    4. Re: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    5. Re: ชมพู่-อารยา เอ.อาร์เก็ต

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    [เพิ่มเติม]

    รหัสความปลอดภัย

    ต้องการรหัสอื่น

    เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้